THc Acupuncture clinic

02-0299465, 085-9613355

ไข้หวัด ในการแพทย์แผนจีน


Cr: http://www.empowher.com/sites/default/files/herarticle/easy-tips-fast-flu-relief.jpg

         ไข้หวัดในมุมมองของแพทย์แผนจีนนั้น เชื่อว่าเกิดจากมีตัวก่อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยเชื่อว่าเป็นจากลมเห็นหลัก มาจากสองสาเหตุใหญ่ ๆ ได้ว่า

         1. เกิดจากตัวก่อโรคโดยเฉพาะลม เข้าสู่ร่างกายทางจมูก ปาก และผิวหนัง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของตัวก่อโรค และแบบชนิดของตัวก่อโรค เช่น ลม ความเย็น ความร้อน ความชื้น ความแห้ง เป็นต้น แต่ละตัวก่อโรคก็ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ กันไปขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวก่อโรค

         2. ร่างกายของบุคคลนั้นอ่อนแอ ไม่อยู่ในสมดุลอยู่เดิม ไม่มีแรงสู้กับตัวก่อโรค รับตัวก่อโรคต่าง ๆได้ง่าย แม้ตัวก่อโรคจะไม่รุนแรงก็ตาม
การบกพร่องของแต่ละบุคคลเป็นตัวกำหนดการเป็นไข้หวัด ตัวอย่างเช่น

            1. หากปอด (ตามคำอธิบายแผนจีน ไม่ใช่การทำงานของอวัยวะจริง) ไม่แข็งแรง ไม่สามารถส่งพลังงานให้ปกป้องร่างกายได้ ทำให้ง่ายต่อการรับตัวก่อโรค เช่นลมเข้าสู่ร่างกาย
            2. แล้วบุคคลที่ขาดหยาง(ส่วนพลังงานความร้อนของร่างกาย)จะทำให้ง่ายต่อการเป็นหวัดแบบลมร่วมกับความเย็นเข้าสู่ร่างกาย
            3. ส่วนบุคคลที่ขาดหยิน (ส่วนหล่อเลี้ยงของร่างกาย) จะทำให้ง่ายต่อการเป็นหวัดแบบลมร่วมกับความร้อน หรือ ความร้อนร่วมกับความแห้ง เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
            4. บุคคลที่มีเสลดและความชื้นอยู่ในร่างกายอยู่เดิม ก็จะรับความชื้นเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย

          อาการหวัดทั่วไปของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นเป็นหลักว่าร่างกายอ่อนแอด้านไหน ตัวก่อโรคด้านนั้น ๆ ก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
โดยทั่ว ๆ ไป การรักษาหวัดธรรมดานั้น แพทย์แผนจีนจะฝังเข็ม ให้ยาสมุนไพรจีน หรือนวดทุยนา
เพื่อให้ผู้ป่วยขับเหงื่อเพื่อให้ตัวเย็นลง ลดไข้และขับตัวก่อโรคออกมา และให้ห่มผ้าอุ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นหยางชี่ที่ปกป้องร่างกายทำงานได้ดีไปด้วย
และคนจีนทั่วไปนั้น เมื่อรู้สึกว่าตนเองเริ่มจะเป็นหวัด มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ หรือมีคนรอบข้างเป็นหวัด ก็จะเริ่มดื่มน้ำขิงอุ่นไปก่อน เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัด หรืออย่างน้อยการเป็นหวัดก็เป็นไม่หนัก

          ดังนั้นการป้องกันหวัด ก็ควรจะเริ่มที่ตัวเองก่อน หากว่าบุคคลนั้นปรับสมดุลในร่างกายได้แล้ว การเป็นหวัดก็จะน้อยลง หรือไม่เป็นเลยก็ได้

          1. บุคคลที่ปอด(ตามแผนจีน)ไม่แข็งแรง มักจะมีอาการไอบ่อย เหงื่อออกง่าย หนาว ๆ ร้อน ๆ บ่อย ไม่สบายเป็นประจำ หากเป็นหวัดก็จะเป็นแบบที่มีไข้ แต่ว่าถึงเหงื่อจะออก ก็ไม่ทำให้ไข้ลดลง หรืออาการดีขึ้น บุคคลประเภทนี้ควรจะออกกำลังกายให้มากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ เพื่อให้ปอดแข็งแรง เช่น ว่ายน้ำ โยคะ ไทชี่ จี้กง อาการก็ควรจะเป็นอาหารที่มีสีขาวเป็นหลัก และไม่เผ็ด เช่นลูกเดือย เมล็ดแปะก๊วย เมล็ดบัว โสม ซุปไก่น้ำใส เป็นต้น
          2. บุคคลที่ขาดหยางนั้น จะมีอาการเย็นปลายมือ ปลายเท้าง่าย ตัวเย็น มักจะเป็นหวัดแบบน้ำมูกใสและมีปริมาณมากได้ง่าย ควรจะทำร่างกายให้อบอุ่น ดื่มและทานอาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น กระเทียม อบเชย หัวหอม ต้นหอมส่วนที่มีสีขาว หัวหอมแดง แบบไม่ผ่านความร้อน และควรดื่มน้ำขิง ไม่ว่าดื่มร้อนหรือเย็นก็จะทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนอบอุ่นข้างในได้ แต่บุคคลประเภทนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารเย็น น้ำเย็นและอากาศเย็นด้วย เพราะจะทำให้หยางในร่างกายที่มีอยู่น้อยนั้นถูกใช้ไปมากขึ้นอีก ส่วนการออกกำลังกายนั้นก็ให้ออกแบบที่ทำให้กล้ามเนื้อมากขึ้นเพื่อให้ผลิตหยางของร่างกายให้มากขึ้น
          3. บุคคลที่ขาดหยินนั้น เพราะหยินในร่างกายไม่พอที่จะควบคุมหยางได้ ทำให้หยางวิ่งขึ้นส่วนบนของร่างกาย ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ หรือร้อนภายในร่างกายได้ง่าย มักจะเป็นหวัดแบบตัวร้อนสูง น้ำมูกขุ่น ปวดหัวได้ง่าย เมื่อเป็นหวัดควรจะให้ร่างกายเย็นลง โดยทานอาหารที่เย็นและขับปัสสาวะ หรือขม เพื่อให้ร่างกายเย็นลง เช่น น้ำเก๊กฮวย มิ้น หรือ สาระแหน่ แตงกวา ลูกฟักเขียวเป็นต้น
          4. บุคคลที่มีเสลดและความชื้นอยู่ในร่างกายอยู่เดิมนั้น ส่วนมากจะมีความรู้สึกว่าตัวหนัก แขนขาหนัก ร่างกายบวมน้ำ หรือ ร่างกายอวบอ้วน น้ำหนักขึ้น ก็จะเป็นหวัดแบบที่มีน้ำมูกมาก ทั้งแบบใสและขุ่น รู้สึกว่าตัวหนัก ๆ ปวดศีรษะแบบหนัก ๆ ก็ควรจะทานอาหารที่ละลายเสลดและขับความชื้นออกจากร่างกาย เช่น ข้าวบาร์เลย์จีน เปลือกผิวส้ม เป็นต้น ส่วนอาหารที่ขับปัสสาวะได้ก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้นไวจากความชื้นในร่างกายลดลงด้วย เช่น celery แตงโม ใบบัว ลูกบัว เป็นต้น

          แต่หากว่าตัวก่อโรคนั้นรุนแรง เช่น ไข้หวัด 2009 หรือ ไข้หวัดซาร์ (SARS) ก็สามารถทำให้ทุกคนติดได้ และลุกลามไปอย่างรวดเร็ว แต่หากว่าบุคคลนั้นภูมิคุ้มกันร่างกายดี ร่างกายอยู่ในสมดุลที่ดี ร่างกายก็จะหายได้ไว และไม่มีโรคแทรกซ้อนรุนแรงตามมาได้