THc Acupuncture clinic

02-0299465, 085-9613355

ชี่ หรือ Qi หรือ  

Cr: http://www.feng-shui-flow.com/media/k2/items/cache/220c08548cac211cc7db219bb52f46cf_XL.jpg


          ชี่ ในความหมายของการแพทย์แผนจีนใช้เรียก พลังงานในร่างกายของเรา เป็นพลังงานที่มองไม่เห็น แต่มีอยู่จริง รับรู้ด้วยการที่ชี่นี้ทำให้เกิดการทำงานของร่างกาย การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายคนเรา

เช่น ถ้าร่างกายเรามีอวัยวะ มีกายเนื้อที่จับต้องได้ แต่ไม่มีชี่ ก็คือคนตาย ร่างกายเปล่า ๆ หรือ ศพ นั่นเอง

ชี่จึงเป็นพลังงานขับเคลื่อนร่างกายของคนเรา

Cr: http://zen.thisistruecs.com/wp-content/uploads/2015/12/Qi-Character-Explanation.jpg


อักษรภาษาจีนของคำว่าชี่ ประกอบไปด้วย คำว่าไอน้ำ หรือลม อยู่ด้านบน และคำว่าข้าวที่อยู่ด้านล่าง (mi)

เปรียบได้กับว่าชี่คือ ไอน้ำขณะที่เราหุงข้าวนั่นเอง ซึ่งไอน้ำข้าวนี้แม้จะมองไม่เห็น แต่ก็ประกอบไปด้วย พลังงานความร้อนที่สัมผัสได้ มีไอน้ำเล็ก ๆ และสารอาหารเล็ก ๆ ของข้าวอยู่ภายในไอน้ำนี้ด้วย


Cr: http://www.thetimes.co.uk/tto/multimedia/archive/00387/122561564_rice_387505c.jpg

 

ชี่นั้นสำคัญกับร่างกายของเรา ดังนั้นหากชี่พร่องก็จะทำให้ไม่มีแรง ภูมิต้านทานตก หรือจะให้จำเพาะลงไปว่าหากชี่ในอวัยวะใดมีน้อยหรือพร่องไปนั้น อวัยวะนั้น ๆ ก็จะทำงานผิดปกติทำให้เป็นโรคตามมาได้

 

ชี่ปอดพร่อง (Lung Qi Deficiency)

จะทำให้ปอดทำงานได้ไม่ดี หายใจได้ไม่สุด ปอดมีหน้าที่ควบคุมภูมิต้านทานของร่างกายด้วย ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย, ทางการแพทย์แผนจีนจะบอกว่า ชี่ของปอดควบคุมการเปิดปิดรูขุมขนที่ผิวหนังด้วย ดังนั้นหากชี่ปอดพร่องจะทำให้เหงื่อออกง่าย เหนื่อยง่ายมากกว่าปกติ แม้กระทั่งออกกำลังกายนิด ๆ หน่อย ๆ หรือนั่งนิ่ง ๆ ก็จะมีเหงื่อออกมาได้

 

ชี่หัวใจพร่อง (Heart Qi Deficiency)

ไม่พบบ่อยนักในกรณีนี้ มักจะพบในคนไข้ที่ป่วยเรื้อรังมานาน ๆ จะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ซีด ใจสั่น

 

ชี่ม้ามพร่อง (Spleen Qi Deficiency)

ม้ามเป็นระบบย่อยอาหารและช่วยในการสร้างเลือดและสร้างชี่ในร่างกายตามการแบบแพทย์แผนจีน ดังนั้นหากม้ามชี่พร่องก็จะทำให้ย่อยอาหารไม่ดี ท้องอืด ไม่อยากอาหาร คลื่นไส้ ถ่ายเหลวไม่เป็นก้อน หรือถ่ายปกติแต่นานหลายวันกว่าจะถ่ายจากการที่ลำไส้มีแรงไม่พอที่จะบีบถ่ายอุจจาระ เหนื่อยเพลียง่าย โดยเฉพาะช่วงบ่าย นอนหลับง่ายจากการอ่อนเพลีย แต่จะหลับ ๆ ตื่น ๆ ไม่สามารถหลับลึกได้ แม้จะนอนหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังเพลียเหมือนพักผ่อนไม่พออยู่ดี อ้วนบวมน้ำง่าย มีเสลดในร่างกาย ทั้งแบบที่เป็นเสลดที่มองเห็นและมองไม่เห็น น้ำมูกเรื้อรัง และหากม้ามชี่พร่องนาน ๆ จะไปกระทบกับกระบวนการสร้างเลือดได้ ทำให้เกิดเลือดจางตามมาได้

 

ชี่ตับเดินติดขัด (Liver Qi Stagnation)

ตับเป็นอวัยวะที่เป็นตัวขับเคลื่อนที่ชี่เป็นหลัก ชี่จะไปขับเคลื่อนเลือดให้เดินอีกรอบหนึ่ง หากเรามีภาวะเครียด ตับจะรับความเครียดไปก่อนตามแบบการแพทย์แผนจีน ทำให้มีการอั้น หรืออุดตันการเดินชี่ขึ้นมาในช่องท้อง และเมื่อชี่ติดขัดเดินไม่ได้นานเข้าจะเริ่มผลิตความร้อนในตัวขึ้นมา และหากไม่ระบายความร้อนนี้จะทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง ไมเกรน หลอดเลือดในสมองแตก ท้องผูกสลับท้องเสีย (ท้องผูกตอนชี่ไม่ขยับ และท้องเสียตอนที่ร่างกายพยายามระบายความร้อนสะสมจากชี่ติดชัด) ประจำเดือนผิดปกติ อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์เสีย กระวนกระวาย ซึมเศร้า

 

ชี่ไตพร่อง (Kidney Qi Deficiency)

ในกรณีนี้ มักถูกกล่าวถึงในคนที่เกิดมาไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว อาจจะด้วยพันธุกรรม จะมีผลหลัก ๆ ในด้านที่ไตจะต้องรับชี่อากาศจากปอด หากชี่ไตพร่องจะทำให้รับอากาศมาไม่ได้ ก็จะไม่สามารถผลิตเลือดได้ และปอดก็จะหายใจตื้น ๆ สั้น ๆ ด้วย จะพบได้ในหอบหืด (Asthma) ในเด็กเป็นหลัก เราอาจจะเคยได้ยินว่าที่เมืองจีนมีให้ทานตุ๊กแกตากแห้งเพื่อรักษาอาการหอดหืดอยูบ้าง ตุ๊กแกที่ใช้เป็นยาจีนนั้นเป็นตุ๊กแกสายพันธ์เฉพาะที่ใช้บำรุงไต เพื่อที่ไตจะได้ไปรับอากาศจากปอดได้ดีนั้นเอง (ภาวะที่เรียกว่า Kidney can’t grasp Lung Qi นั่นเอง)

ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างคร่าว ๆ ควรจะให้แพทย์แผนจีนตรวจ แมะ และดูลิ้นประกอบ เพราะมีอีกหลายโรคทางการแพทย์แผนจีนที่จะมีอาการคล้ายคลึงกัน แพทย์แผนจีนจะบอกแยกโรคได้ การรักษาจึงจะได้ผลดีและรวดเร็วค่ะ