THc Acupuncture clinic

02-0299465, 085-9613355

หลักการการบอกโรคแบบแผนจีน

การแยกกลุ่มอาการต่าง ๆ แบบการแพทย์แผนจีนโดยการใช้ชี่ (พลังงาน), เลือด, น้ำหล่อเลี้ยงร่างกาย

1.  กลุ่มอาการจากชี่ (พลังงาน) มี

1.1 ชี่พร่อง

1.2 ชี่จม หรือชี่พร่องอย่างมาก

1.3 ชี่เดินติดขัด

1.4 ชี่เดินผิดทิศทาง

2.  กลุ่มอาการจากเลือด

2.1 เลือดพร่อง

2.2 เลือดเดินติดขัด

3.  กลุ่มอาการน้ำหล่อเลี้ยงร่างกาย

3.1      น้ำหล่อเลี้ยงร่างกายพร่อง

4.  กลุ่มอาการร่วม

4.1      ชี่และเลือดพร่องและเดินติดขัด

 

1.  กลุ่มอาการชี่

1.1   ชี่พร่อง

เป็นอาการที่ชี่หรือพลังงานไม่พอที่จะทำงานได้อย่างปกติ แต่ละอวัยวะแบบแผนจีนสามารถมีอาการต่าง ๆ กันไปสำหรับแต่ละอวัยวะหากทำงานไม่ได้อย่างปกติ โดยเฉพาะปอดและม้ามจะเป็นอวัยวะที่มีอาการชี่พร่องได้ง่าย เพราะเป็นอวัยวะหลักในการผลิตชี่ แต่อวัยวะต่าง ๆ สามารถมีผลกระทบจากการที่ชี่ขาดได้

สาเหตุ

ขาดสารอาหาร

เจ็บป่วย ทำงานหนัก และทำงานเป็นเวลายาวนานต่อวัน

อายุมาก

ร่างกายไม่แข็งแรงแต่กำเนิด

ตัวอย่าง

ปอดชี่พร่อง จะมีอาการ หายใจไม่อิ่ม พูดเสียงเบา เหงื่อออกง่ายแม้ไม่ได้ออกกำลังกายหรือใช้แรงอะไร

ม้ามชี่พร่อง จะมีอาการ ไม่อยากอาหาร ถ่ายเหลว เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ลิ้นซีดบวม

หัวใจชี่พร่อง จะมีอาการรู้สึกถึงการเต้นหัวใจ หัวใจเต้นเร็ว

ไตชี่พร่อง จะมีอาการปัสสาวะบ่อย อาจจะมีอาการปวดเมื่อยที่หลัง เข่า ความจำไม่ดี

1.2   ชี่จม หรือชี่พร่องอย่างมาก

เป็นอาการที่ม้ามชี่พร่องอย่างมากไม่สามารถพยุงอวัยวะต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ได้ มักจะเห็นในกรณีลำไส้ใหญ่เลื่อนออกมาจากรูก้น มดลูกหย่อน

สาเหตุ

ม้ามชี่พร่องอย่างมากทำให้ชี่จม ไม่สามารถพยุงอวัยวะได้

จะมีอาการ รู้สึกหน่วง ๆ เหมือนอวัยวะถ่วงลงต่ำ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซึมเศร้า อวัยวะโผล่จากร่างกาย เช่น ลำไส้เลื่อนลงออกมาจากก้น มดลูกหย่อน ชีพจรเบา

1.3   ชี่เดินติดขัด

ชี่หรือพลังงานในร่างกายที่ควรจะเดินทางได้ดีในร่างกายเกิดการติดขัดขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวด หรือทำให้อวัยวะทำงานบกพร่องได้ ส่วนอาการปวดจากชี่ติดขัดนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับเลือดเดินติดขัด ปวดจากเลือดเดินติดขัดจะปวดอยู่ที่เดิมไม่ย้ายไปไหน กดเจ็บเป็นที่ ๆ ส่วนอาการปวดจากชี่เดินติดขัดนั้นจะปวดน้อยกว่าและอาการปวดอาจจะเปลี่ยนที่ได้

สาเหตุ

อาจเกิดจากการบาดเจ็บหรือเกิดจากสาเหตุภายในร่างกายได้

จะมีอาการ ปวดในบริเวณที่ชี่เดินติดขัด กดปวด ปวดแน่น ๆ จุก ๆ ท้องอืด ท้องบวม ซึมเศร้า หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ชีพจรตึง อาจจะมีลิ้นเป็นสีม่วงได้

1.4 ชี่เดินผิดทิศทาง

อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมีทิศทางเดินที่เป็นปกติของชี่ไม่ว่าขึ้นหรือลงแล้วแต่อวัยวะต่าง ๆ ชี่ที่เดินผิดทิศทางนั้นเดินในทางอื่นที่ไม่ใช่ทิศทางปกติทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้นมาได้ เช่น ชี่ของกระเพาะต้องเดินในทิศทางลง แต่ถ้าชี่กระเพาะเดินทิศทางขึ้นจะทำให้เกิดอาการสะอึก คลื่นไส้ อาเจียนขึ้นมาได้

อวัยวะ

ทิศทางปกติของชี่

ทิศทางเดินผิดปกติของชี่

อาการผิดปกติ

กระเพาะ

ลง

ขึ้น

เรอ, สะอึก, อาเจียน, คลื่นไส้

ตับ

ขึ้น

ขึ้นในปริมาณมากและเร็ว
(Yang or Fire Rising)

ปวดหัว, เวียนหัว, หงุดหงิด

 

 

วิ่งไปที่กระเพาะ
(Attacks or Invades)

คลื่นไส้, เรอ, อาเจียน

 

 

วิ่งไปที่ม้าม
(Attacks or Invades)

ท้องเสีย

 

 

วิ่งไปลำไส้

อึแข็ง, สลับท้องผูกกับท้องเสีย

 

 

ลง

ปัสสาวะแสบร้อน

ปอด

ลง

ขึ้น

ไอ, หอบหืด

ไต

ลง

ขึ้น

หอบหืด

หัวใจ

ลง

ขึ้น

ใจสั่น, นอนไม่หลับ, กระวนกระวาย 

 

2.  กลุ่มอาการจากเลือด

2.1   เลือดพร่อง

มักเกิดจากม้ามชี่พร่อง (ม้ามชี่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเลือดแบบการแพทย์แผนจีน) เมื่อเลือดพร่อง จะมีผลกระทบหัวใจและตับ (หัวใจเป็นตัวปกครองเลือด, ตับเก็บเลือด ตามแบบการแพทย์แผนจีน)

เลือดในหัวใจพร่องจะมีอาการ

ซีดเซียว ใบหน้าขาวซีด ความจำไม่ดี นอนไม่หลับ(มีปัญหาในการหลับในช่วงแรก คือนอนไม่ได้ ไม่หลับแต่แรก) เวียนศีรษะ ชาๆ ตามตัว ตามองเห็นไม่ชัด ปากซีด

อาจมีอาการร่วมในด้าน ประจำเดือนมาน้อยหรือขาดประจำเดือน ซึมเศร้า วิตกกังวล ไม่คุย ไม่อยากทำอะไร ลิ้นแห้ง ผิวแห้ง ผมแห้ง ในรายที่เป็นมากๆ ทำให้เกิดลมจากตับซึ่งก่ออาการแห้งคันผิวหนัง กล้ามเนื้อกระตุกและอาการสั่นของกล้ามเนื้อได้

ชีพจรเล็ก จังหวะติดขัด ลิ้นซีด อาจจะแห้ง ลิ้นจะเล็กและบางในรายที่มีอาการมาก

2.2   เลือดเดินติดขัด

เลือดเดินติดขัดจากการเดินเลือดปกติถูกอุดตัน เลือดอุดตันสามารถเกิดได้ทั้งในทางเดินเลือด (มักเกิดจากการบาดเจ็บ) หรือเกิดในอวัยวะภายในก็ได้ มักเห็นในอวัยวะตับ, หัวใจ, มดลูก, ลำไส้ และกระเพาะ ความร้อนในเลือดก็สามารถก่อให้เกิดเลือดอุดตันได้ รวมได้ถึงความเย็นภายในก็สามารถทำให้เลือดเดินติดขัดและอุดตันได้

อาการโดยทั่วไปจะพบ ปวดแบบแปล๊บ ๆ เป็นที่ ๆ ไป อาการปวดไม่เคลื่อนที่ ใบหน้าหมองคล้ำ ปากม่วง เล็บม่วง เลือดที่ออกจากแผลจะเป็นสีดำและเป็นลิ่มได้

ลิ้นเป็นสีแดงม่วงถ้ามีความร้อน ลิ้นเป็นสีม่วงน้ำเงินถ้าเป็นความเย็น ลิ้นเป็นสีม่วงหรือจุดแดง ๆ ชีพจรตึง เดินตะกุกตะกัก

3.  กลุ่มอาการน้ำหล่อเลี้ยงร่างกาย

3.1   น้ำหล่อเลี้ยงร่างกายพร่อง

อาจจะเป็นจากความร้อนหรืออากาศแห้ง หรือเป็นจากเลือดพร่องก็ได้ อาการจะเป็นอาการแห้ง

การที่น้ำหล่อเลี้ยงร่างกายเดินติดขัดนั้นเกิดจากหยาง(พลังงานความร้อนของร่างกาย) ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะของน้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายได้ จึงทำให้น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายคั่งทำให้เกินความชื้นขึ้นมา

อาการนั้นขึ้นอยู่กับอวัยวะซึ่งชี่หรือหยางพร่องและขึ้นอยู่กับสถานที่ที่น้ำหล่อเลี้ยงไปคั่งอยู่ ม้ามเป็นอวัยวะที่จะถูกกระทบได้บ่อยหรือเป็นสาเหตุของอาการนั้น ๆ ได้

ความชื้นนั้นทำให้ม้ามทำงานหนัก ทำให้เกิดอาการเหนื่อย, มึนศีรษะ, หนักศีรษะ, คลื่นไส้, เสลดเยอะ, แขนขารู้สึกหนักๆได้

อาการบวมตามร่างกายนั้นตามแพทย์แผนจีนมีเหตุได้จาก

ปอดชี่พร่อง จะกระทบกับส่วนบนของร่างกาย

ม้ามชี่พร่อง จะกระทบกับส่วนท้องและแขนขา

ไตชี่พร่อง จะกระทบกับส่วนล่างของร่างกาย

ความชื้นสามารถเปลี่ยนไปเป็นเสลด หรือเมือกได้ ซึ่งเสลดมี 2 แบบตามการแพทย์แผนจีน คือเสลดแบบมองเห็นได้ เช่น เสลดจากปอด และเสลดแบบมองไม่เห็น เช่น การบวมในร่างกาย, ตุ่มตามร่างกาย, ก้อนไทรอยด์ที่โต, และนิ่วในไต กระเพาะปัสสาวะ ถุงน้ำดี

4.  กลุ่มอาการร่วม

4.1   ชี่และเลือดพร่องและเดินติดขัด

ชี่เดินติดขัดที่เกิดมาเป็นเวลานาน ๆ สามารถทำให้เกิดสถานการณ์ที่ชี่ไม่สามารถเดินเลือดได้ขึ้นได้ ซึ่งทำให้เลือดติดขัดและอุดตัน ซึ่งสถานการณ์นี้มักเกิดจาก ชี่ของตับเดินติดขัดเนื่องจากสาเหตุด้านอารมณ์และความเครียด

ถ้าเลือดพร่อง ในที่สุดก็จะทำให้ชี่พร่องไปด้วย ถ้าชี่พร่องหรือชี่ไม่สามารถขยับเลือดได้ เลือดอุดตันก็จะเกิดขึ้น สถานการณ์นี้จะพบได้บ่อยหลังคลอดบุตร, เลือดออกมากจากการบาดเจ็บ, หรือประจำเดือนมามากกว่าปกติมาก

ถ้ามีการบาดเจ็บ เลือดและชี่จะอุดตันในบริเวณที่บาดเจ็บ การอุดตันจะเกิดขึ้นทั้งในบริเวณนั้นและในอวัยวะภายในด้วย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ